กรุงรัตนโกสินทร์ 244 ปี ย่าง 245 ปี

อาทิตย์จรเป็นศรีโดดเด่น ปีทองแห่งชื่อเสียง ความคิดสร้างสรรค์ เลือดใหม่

เสาร์จรเป็นกาลกิณีในวินาศ เคราะห์หนักของระบบโครงสร้าง ข้าวยากหมากแพง รัฐบาลอ่อนแอ

พฤหัสบดีเป็นอุจจ์ ประชาชนถึงคราวปรับปรุงคุณภาพชีวิต
เป็นช่วงพิจารณาว่าจะอยู่อย่างปกติหรืออยู่อย่างเจ็บป่วย ผู้คนจะสนใจเรื่องสุขภาพและการพัฒนาตนเองมากขึ้น

ราหูยังคงโดดเด่นท้าทาย ไม่แคร์ซะอย่าง ใครจะทำไม?

พุธเสียในเรือนพุธ มิตรกับศัตรูอาจเป็นคนเดียวกันอยู่เสมอ

ศุกร์จรเสียในเรือนศุกร์ คนที่ไว้ใจอาจร้ายที่สุด

อังคารจรเสียส่งท้ายข้ามปีในสิงห์และกรกฎยาวนานถึงสงกรานต์ 2570

เมื่อถึงวันครบรอบอีกครั้ง ทักษาจรย่อมเปลี่ยนแปลง มีผลตั้งแต่ 21 เมษายน 2569 – 21 เมษายน 2570

ก่อนที่จะไปลงรายละเอียดการพยากรณ์ดวงชะตาเมืองประจำปี 2569 ชวนมาสำรวจการโคจรของดาวใหญ่อย่าง #ดาวเสาร์ #ดาวพฤหัสบดี #ดาวราหู #ดาวมฤตยู กันสักนิด

สารบัญบทความ

มฤตยู (๐) ยังคงสถิตในราศีพฤษภ

ในปี 2569 นี้ ดาวมฤตยู (๐) ยังสถิตอยู่ที่ราศีพฤษภเหมือนเดิม โดยยังมีระยะโคจรในภูมิปาโลฤกษ์ นักษัตรฤกษ์โรหิณี และติดพิษครุษตลอดทั้งปี

ราศีพฤษถเป็นภพกดุมภะ หรือภพที่เกี่ยวข้องกับรายได้ ผลประโยชน์ของรัฐ แทนเศรษฐกิจ ทรัพยากรของชาติ การคลัง การภาษีอากร ตลาดหุ้นส่วน การค้าระหว่างประเทศ เมื่อมฤตยูซึ่งเป็นดาวการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสถิตในภพกดุมภะหรือภพการเงินของประเทศ ก็ส่งผลให้ตั้งแต่ 8 มีนาคม 2566 ถึง 18 กรกฎาคม 2572 เป็นช่วงเวลาที่เงินนั้นจะเปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนการตีความ ที่มารายได้นั้นจะเปลี่ยนไป แน่นอนว่าเราจะได้เห็นจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของเงินตรา เงินดิจิทัล หรือสิ่งที่มีมูลค่า การจัดเก็บภาษี คนที่เคยมีมากจะเปลี่ยนเป็นจนลง คนที่เคยมีน้อยอาจกลับกลายเป็นรวยผิดหูผิดตาได้ (ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง) 

โดยในปี 2569 นี้ ดาวมฤตยูยังคงสถิตในราศีพฤษภ เคียงคู่กับดาวอังคาร (๓) และเกตุ (๙) ในชะตาเมืองในภูมิปาโลฤกษ์ นักษัตรฤกษ์โรหิณี และติดพิษครุษตลอดทั้งปี การแข่งขันทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การรบ-สงครามเชิงความรุนแรงและเศรษฐกิจ และการถกเถียงในเรื่องความเชื่อ ศาสนา ยังคงเด่นชัดอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงเรื่องรายได้ ภาษีนำเข้าหรือส่งออก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับคู่ค้าทางไกลและประเทศมหาอำนาจยังคงต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง เมื่อติดพิษครุษนั้นยังส่งผลความรุนแรงทางอากาศ มหันตภัยทางอากาศ สิ่งที่มาทางไกลๆ เช่น ขีปนาวุธ แมลง ปัญหาศัตรูพืชจะมีข่าวให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ รวมถึงข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต สงครามจิตวิทยา การปั่นประสาทกันยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ

ราหูย้ายเป็นเกษตราธิบดีในราศีกุมภ์ — สถิตถึง 22 พฤศจิกายน 2569

ดาวราหู (๘) จรเข้มแข็งสถิตในราศีกุมภ์จนถึง 22 พฤศจิกายน 2569 จากนั้นยกเข้าสู่ราศีมังกร ซึ่งราศีกุมภ์นั้นเป็นภพลาภะ หรือภพที่เกี่ยวข้องกับโชคลาภ โอกาส ผลประโยชน์ และยังหมายถึงรัฐสภา สภาสามัญ สภาท้องถิ่น ทุนสำรองของประเทศชาติ เงินกู้ของประเทศชาติ ส่วนความเป็นราหูนั้นแทนความลุ่มหลงมัวเมา เรื่องเทาๆ ดำๆ จะยังคงโดดเด่นอย่างต่อเนื่องในรัฐสภา จะเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีลักษณะเหมือนราหูโดนเด่นขึ้นมาในระดับการทำงานเชิงผลประโยชน์ของภาครัฐหรือรัฐบาล  โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับติดเชื้อทางอากาศ ไวรัสชนิดทำลายระบบภูมิคุ้มกัน โรคระบาดใหม่ๆ ยังคงปะทุตัวฮึกเหิมทานทนกับสภาพอากาศหรือกลายพันธุ์ โรคภัยที่ยังโดดเด่นได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ (เวอร์ชั่นใหม่ๆ) โรคไข้สมองอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และแม้ว่าในปีนี้จะเริ่มลดลงบ้างแล้วเมื่อเทียบกับปีที่แล้วมา การควบคุมโรคอาจจะดีขึ้นหรือเริ่มอยู่กับกระบวนการรักษานั้นได้ดีขึ้น การสร้างชื่อเสียงของดารา นักแสดง Influencer ต้องตะกายดาวใช้พลังเยอะ เพราะคนหน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งยังต้องใช้ความทะเยอทะยานมากกว่าเดิม แต่ความทะเยอทะยานที่มากพอจะตอบแทนคุณได้เอง ขณะที่คนพากเพียรสั่งสมประสบการณ์มานานพอ จะกลายเป็นดาวค้างฟ้าคนต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง - ราหูในราศีกุมภ์

ดาวราหูยกเข้าสู่ราศีกุมภ์ The Real Villain Returns

ราหูกลับบ้านในราศีกุมภ์รอบ 18 ปี ถึงเวลาของเงาดำ ความลุ่มหลงมัวเมา...

ดาวพฤหัสบดี (๕) ยกเข้า 2 ราศีทั้งกรกฎ มหาอุจจ์ และพฤหัสบดีสู้ครูอุจจาภิมุขในบ้านดาวอาทิตย์ที่ราศีสิงห์

ดาวพฤหัสบดี (๕) ยกเข้าสู่ราศีกรกฎในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ได้มาตรฐานมหาอุจจ์

ในช่วงที่ดาวพฤหัสบดีสถิตในราศีกรกฎนั้นจะมีปรากฏการณ์คล้ายๆ กับช่วงตุลาคม – ธันวาคม 2568 วนกลับมาอีกครั้ง ในช่วงนั้นเราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ที่ผู้คนใฝ่รู้ ใฝ่พัฒนาตนเองจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่มากมาย รอบนี้ถึงคราวลงมือเรียนรู้เชิงลึกมากขึ้น หลายคนจะได้กลับมา “เยี่ยมเยียน” บ้านหรือรากเหง้าของตนเอง จะมีปรากฏการณ์รักชาติ หรือภูมิใจความเป็นชาติมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาชีวิตอย่างแพร่หลาย

ดาวพฤหัสบดี (๕) ยังแทนความสันติสุข การเจริญและการเสื่อมของศาสนา การเจริญของประเทศชาติและบ้านเมือง ดังนั้นในปีนี้เองเราจะได้เห็นกระบวนการจัดระเบียบศาสนา นักบวช ความเชื่อต่างๆ ในแง่พิสูจน์ข้อเท็จจริง หรือกำหนดรูปแบบเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือความชอบะรรมมากขึ้น (หลังจากพฤหัสบดีจรเป็นปรเกษตรในราศีมิถุนทำให้เกิดข่าวคึกโครมในเรื่องศาสนา นักบวช การศึกษามากมาย) ประชาชนส่วนใหญ่อาจพึ่งพาศาสนา มีความเชื่อบางประการเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่โลกข้างนอกวุ่นวายและคุณภาพชีวิตค่อนข้างยากลำบาก

แน่นอนว่าราศีกรกฎยังแทนภาคประชาชนอีกด้วย ดังนั้นการขับเคลื่อนกลไกบางประการของประเทศจะมาจากประชาชนที่อยู่นอกสภา อาจมีม๊อบหรือการรวมกลุ่มของคนเพื่อเรียกร้องความชอบธรรมหรือการปรับปรุงคุณภาพชีวิต การศึกษาและเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง

และแม้ว่าดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นดาวที่มีความหมายดี และมีคุณสมบัติดี แต่ดาวพฤหัสบดีนั้นยังเป็นตัวแทนทั้งภพศุภะ หรือภพที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จ ก้าวหน้า การเดินทางไกล การต่างประเทศ การคมนาคมทางทะเล สถาบัน ศาสตรจารย์ และยังเป็นตัวแทนภพวินาศ หรือภพที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย แทนจลาจร อาชญากร สมาคมลับ คณะพรรคลับ วินาศกรรม และความสูญเสียของชาติ

เมื่อพฤหัสบดี (๕) ดาวธาตุดินจรสถิตในเรือนธาตุน้ำ ยังคงมีปรากฏการณ์ เรื่อง “น้ำและดิน” น่าเป็นห่วงกว่าปกติ ทั้งปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา อุทกภัยต่างๆ ซึ่งจะดูปั่นป่วนมากล้นเกินจำเป็นในช่วงที่ดาวเสาร์ (๗) กลับมาเดินหน้าหลังจากพักร์องศาและดาวพฤหัสบดีพักร์องศาในราศีกรกฎอีกครั้งช่วงต้นปี 2570 ส่วนความเสี่ยงเสียหายประเทศแผ่นดินไหวในน้ำก็ยังคงมีมากเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง - พฤหัสบดีในราศีกรกฎ

ดาวพฤหัสบดีพักร์องศาในราศีกรกฎ Revisit Your Inner Home

ดาวพฤหัสบดีพักร์องศาหรือถอยหลังแล้วในราศีกรกฎตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม...

ดาวพฤหัสบดียกเข้าสู่ราศีกรกฎ The Sanctuary of Abundance

ดาวพฤหัสบดียกเข้าสู่ราศีกรกฎ 2 ตุลาคม - 23 ธันวาคม 2568 ได้มาตรฐานมหาอุจจ์ มีกำลังสูงส่ง...

ดาวพฤหัสบดี (๕) ยกเข้าสู่ราศีสิงห์วันที่ 20 ตุลาคม 2569 สถิตไปจนถึง 9 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นจะสถิตในราศีกรกฎ และยกเข้าราศีสิงห์อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 23 มิถุนายน 2570

พฤหัสบดี (๕) ในราศีสิงห์ จะเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย เพราะดาวพฤหัสบดีจะส่งกำลังถึงพฤหัสบดีและเสาร์กำเนิดในพื้นชะตาเมือง โดยจะมีระยะโฉบเฉี่ยวเล็งกับดาวราหูในราศีกุมภ์องศาสารัมภ์ ช่วง 20 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 จึงเป็นช่วงที่จะได้ยินข่าวการเปลี่ยนแปลง การสูญเสียของบุคคลสำคัญ การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การจัดตั้งรัฐบาลและการปกครองของประเทศชาติ

ดาวพฤหัสบดี (๕) ในราศีสิงห์มีชื่อเสียงเรียงนามเรียกว่า “พฤหัสบดีสู้ครู” ดังนั้นจึงเป็นช่วงที่จะนำไปสู่การเรียกร้องการยุบสภาจากรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ อาจมีการปรับผังพรรคการเมืองใหม่ หลังจากฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลสลับทีมกันไปมาอีกพักใหญ่ รวมถึงเป็นช่วงเวลากดดันหรือติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง จัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในช่วงเวลานี้ จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองอยู่มาก

เสาร์เข้าวินาศภพจักรราศี — โครงสร้างสั่นสะเทือนและความหวั่นไหว

จังหวะการโคจรของดาวเสาร์ตลอดทั้งปี 2569

ศัพท์เฉพาะอธิบายการโคจรของดวงดาว
เสริต : เดินเร็ว มักจะออกผลแบบปุบปับ
มณฑ์ : หยุดนิ่งอยู่กับที่ เรื่องต่างๆ ของดาวเสาร์เริ่มชะลอตัว ดาวมณฑ์นั้นเป็นได้ทั้งจังหวะมณฑ์ก่อนเตรียมพักร์องศาหรือถอยหลัง หรือหลังพักร์องศาหรือถอยหลัง เพื่อเตรียมเดินหน้าต่อ
พักร์ : ถอยหลัง เรื่องเก่ากลับมา เป็นภาวะล่าช้า ไม่คืบหน้า ต้องกลับมาแก้ไขเรื่องเดิมๆ ทบทวน ปรับปรุง แทนภาวะวกวน กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง
ปี 2569 :  ดาวเสาร์ (๗) ยกเข้าสู่ราศีมีน 13 กุมภาพันธ์ 2569 (เสริต หรือเดินเร็ว ออกผลปุบปับ)
  • เสริต หรือ เดินเร็วอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
  • มณฑ์ (เพื่อเตรียมพักร์) 11-26 กรกฎาคม 2569
  • พักร์ (ถอยหลัง) 27 กรกฎาคม – 23 พฤศจิกายน 2569
  • มณฑ์ (เพื่อเตรียมเดินหน้าปกติ) 30 พฤศจิกายน – 16 ธันวาคม 2569

ดาวเสาร์ (๗) ยกเข้าสู่ราศีมีนอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ไปจนถึง 12 เมษายน 2572 และจรเป็นกาลกิณีในระบบทักษาในปีครบ 244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์

กาลกิณี แปลว่าอะไร? ทำไมเมื่อดาวเสาร์จรเป็นกาลกิณีแล้วรัฐบาลหรือโครงสร้างจึงสั่นคลอน?
กาลกิณี /กาลกรฺณี แปลว่า โชคร้าย แทนความบกพร่อง
และเมื่อดาวใดก็ตามจรเป็นกาลกิณีในแต่ละปีวันเกิด ทำให้ดาวนั้นมีคุณสมบัติบกพร่องไป และทำให้ชีวิตอับโชคได้

เมื่อดาวเสาร์จรเป็นกาลกิณี จรไปภพไหนย่อมทำให้เกิดความเสียหายในเรื่องนั้น และในฐานะที่ดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวจากภพกัมมะ หรือภพที่เกี่ยวข้องกับการงาน หน้าที่ อาชีพ และคณะรัฐบาล ผู้ปกครองเมือง นายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญของประเทศชาติ เมื่อจรเป็นกาลกิณีเช่นนี้ จึงแทนความบกพร่อง ขาดประสิทธิภาพ ไม่เข็มแข็ง มีการเปลี่ยนแปลงพลวัตของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลอยู่เสมอ ความเสียหายนั้นก็มีมากอยู่ทุกขณะจริง หากมีความพยายามจะสร้าง Deal ลับอะไรก็ตามมักจะล่มไม่เป็นท่า และยังหมายรวมถึงความเสียหายจากในพื้นที่ทางไกล การสู้รบ ปัญหาชายแดน การสู้รบในพื้นที่ทางไกลๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 นี้

ในปี 2569 นี้ ดาวเสาร์ (๗) อันจรเป็นกาลกิณีจรนั้นสัมพันธ์โดยตรงกับดาวศุกร์ (๖)​ในพื้นชะตาเมือง เรียกได้ว่ามีองศาใกล้กันมาก จึงเทียบเทียงและออกคำพยากรณ์ได้ว่า การทำงานของรัฐบาลนั้นขาดเสถียรภาพมากพอที่จะทำให้ประชาชน หรือภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง และความเสียหายในเรื่องเงินเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา 

ดาวเสาร์ (๗) ยังมีเกณฑ์สัมพันธ์กับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สัมพันธ์กับทางธรณีวิทยาที่สัมพันธ์กับเรื่องแผ่นดิน แผ่นเปลือกโลกและน้ำในเวลาเดียวกัน เพราะทุกครั้งที่ดาวเสาร์ขยับตัว ทั้งจรเดินหน้า ถอยหลัง หรือสมพันธ์ร่วมกับดาวอื่นๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากแผ่นเปลือกโลกอย่างมีนัยสำคัญ ในปฏิทินนิรายนะนั้น ดาวเสาร์ (๗) ได้ยกเข้าสู่ราศีมีนแล้วในวันที่ 29 มีนาคม 2568 พร้อมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวจากประเทศพม่าและส่งผลกระทบถึงหลายจังหวัดในประเทศไทย เป็นผลทำให้เกิดเหตุตึกสำนักงานตรวจเงินแห่งชาติ (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างนั้นถล่มลงมา

ครั้งนี้เมื่อดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีนในปฏิทินสุริยยาตร์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ย่อมส่งสัญญาณให้พึงระวังเหตุการณ์ปั่นป่วนครั้งใหญ่

ในช่วง 2 ปีครึ่งหลังจากนี้ เหตุการณ์ที่จะโดดเด่นมากขึ้น คือ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ สภาพอากาศแปรปรวน เขื่อนแตก เป็นเกณฑ์สัมพันธ์จากเสาร์ มฤตยู พฤหัสบดี และราหูจรสัมพันธ์และส่งเกณฑ์ถึงกัน

เมื่อดาวเสาร์ (๗) ยกเข้าสู่ราศีมีนธาตุน้ำ มฤตยู (๐) จรสถิตในราศีพฤษภธาตุดิน และดาวพฤหัสบดี (๙) ส่งสถิตในราศีกรกฎธาตุน้ำ (31 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป) จะเห็นได้ว่าดาวทั้ง 3 ดวงเหมือนชักเย่อกันอยู่ ออกผลสัมพันธ์โดยตรงเกี่ยวกับน้ำ และแผ่นดิน ซึ่งเมื่อดาวมีจังหวะพักร์องศาหรือถอยหลัง ก็จะเกิดความ “ไม่ปกติ” มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงราวต้นปี 2570 อันเป็นผลหลังจากดาวราหู (๘) ยกเข้าสู่ราศีมังกรมาสักระยะหนึ่งแล้ว

ดาวเสาร์ (๗) จรสัมพันธ์กับดาวต่างๆ ในชะตาเมือง​

โดยธรรมชาติของดวงดาว เมื่อจรไปภพไหน ราศีใดย่อมทำให้เกิดผลจากเรื่องเหล่านั้นสัมพันธ์กัน ดาวเสาร์เป็นดาวประจำภพกัมมะ หรือการงาน หน้าที่ อาชีพ ผลประโยชน์ และยังแทนกฎหมายและรัฐธรรมนูญอีกด้วย เมื่อดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีน ซึ่งเป็นภพวินาศ อันหมายถึง จะถึงคราว “รื้อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง และเปลี่ยนผ่าน” เรื่องที่สัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง รวมถึงเรื่องโครงสร้างอันสำคัญของสังคม เหมือนที่ดาวเสาร์ (๗)​ เคยสถิตในราศีมีนครั้งหนึ่งพร้อมพร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี 2540 หรือเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนนั่นเอง

อย่างไรก็ตามเรื่องกฎหมายต่างๆ ในประเทศไทยสำหรับปี 2569 นี้คงต้องใช้เวลาตั้งหลักอีกพักใหญ่ เนื่องจากในปีเถลิงศก 2569 นี้มีสถานะเป็นกาลกิณีจรในระบบทักษาของชะตาเมือง ดังนั้นการจัดตั้งกฎหมายต่างๆ นั้นมักต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ยังไม่รวมการแทรกแซง ปัญหาความวุ่นวายที่ต้องจัดการบริเวณชายแดน เขตแดนต่างๆ อันสัมพันธ์กับเรื่องการปกครอง นักปกครอง การเงิน การเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดาวเสาร์ (๗) ทับดาวราหู พุธ ศุกร์กำเนิดในชะตาเมือง​

กลุ่มแห่งความรื่นรมย์ สุนทรียภาพ ความสุขสมอารมณ์หมาย การติดต่อสื่อสาร ความรัก การเงิน ความสัมพันธ์อย่างอย่างราหู พุธ ศุกร์ เมื่อมีดาวเสาร์มาจรสัมพันธ์ด้วยทำให้บรรยากาศไม่ได้ราบรื่นสิวิไลซ์อย่างที่วางแผนไว้หรือเป็นธรรมชาติของชีวิต จะมีความทุกข์ ความคิด เรื่องที่ต้องคิดอย่างลับๆ ลึกๆ ในใจอยู่มาก เกิดทั้งสภาวะอกหัก ทุกข์ใจ สภาวะเสียเปรียบในเชิงความรัก ความสัมพันธ์หดหู่ใจ โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีแรกเมื่อเสาร์ (๗) จรสัมพันธ์องศาถึงศุกร์ (๖) ในราศีมีน เราจะเห็นระยะบรรยากาศทุกข์ใจ อมทุกข์ ความเสียหายเรื่องการเงินที่ซ่อนเร้นไว้ เงินไหลหมุนเวียนออกไปอย่างลับๆ ในช่วง กุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2569 และกลับมาอีกครั้งในช่วงกันยายน 2569 – ราวๆ มีนาคม 2570

ในช่วงปีที่ 2 ที่ดาวเสาร์สถิตในราศีมีน (และไม่เป็นกาลกิณีจรในชะตาเมืองแล้ว) จะได้เห็นความคืบหน้าเรื่องแผนการปรับเชิงโครงสร้างต่างๆ มากขึ้น ดาวเสาร์ยังแทนเรื่องเชิงกฎหมาย นักปกครอง นักการทหาร ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อาจเข้ามามีบทบาท ถอดบทเรียนสำคัญเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายต่างๆ หรือรื้อสร้างปัญหาบางประการได้ จากเกณฑ์เสาร์ (๗) สัมพันธ์กับพุธ (๔) ในชะตาเมือง 

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาเดียวกันนี้ดาวเสาร์ (๗) ยังทำงานร่วมกับดาวราหู (๘) คู่มิตรอยู่ตลอดเวลาในราศีมีน และมีจังหวะที่ดาวราหูจรเองก็สถิตในราศีมังกร ดังนั้นเราจะได้เห็นว่ามีการจับมือรวมกุ่ลมกันอย่างลับๆ มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางใดทางหนึ่งในอนาคต

ทั้งนี้โดยธรรมชาติของดวงดาว เมื่อจรไปภพไหน ราศีใดย่อมทำให้เกิดผลจากเรื่องเหล่านั้นสัมพันธ์กัน ดาวเสาร์เป็นดาวประจำภพกัมมะ หรือการงาน หน้าที่ อาชีพ ผลประโยชน์ และยังแทนกฎหมายและรัฐธรรมนูญอีกด้วย เมื่อดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีน ซึ่งเป็นภพวินาศ อันหมายถึง จะถึงคราว “รื้อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง และเปลี่ยนผ่าน” เรื่องที่สัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง รวมถึงเรื่องโครงสร้างอันสำคัญของสังคม เหมือนที่ดาวเสาร์ (๗)​ เคยสถิตในราศีมีนครั้งหนึ่งพร้อมพร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี 2540 หรือเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนนั่นเอง

อย่างไรก็ตามเรื่องกฎหมายต่างๆ ในประเทศไทยสำหรับปี 2569 นี้คงต้องใช้เวลาตั้งหลักอีกพักใหญ่ เนื่องจากในปีเถลิงศก 2569 นี้มีสถานะเป็นกาลกิณีจรในระบบทักษาของชะตาเมือง ดังนั้นการจัดตั้งกฎหมายต่างๆ นั้นมักต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ยังไม่รวมการแทรกแซง ปัญหาความวุ่นวายที่ต้องจัดการบริเวณชายแดน เขตแดนต่างๆ อันสัมพันธ์กับเรื่องการปกครอง นักปกครอง การเงิน การเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีแรงผลักดีจากนักกฎหมาย และผู้ที่ยืดมั่นถือมั่นในความยุติธรรม

บทความที่เกี่ยวข้อง - ดาวเสาร์ในราศีมีน

ดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีนอย่างเป็นทางการ 13 กุมภาพันธ์ 2569 Beneath the Underworld of Change

ดาวเสาร์ (๗) ยกเข้าสู่ราศีมีนอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.16 น...

ดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีน 19 พฤษภาคม – 23 สิงหาคม 2568 Old sins echo in the silence

ดาวเสาร์ยกเข้าสู่ราศีมีนชั่วคราว 19 พฤษภาคม - 23 สิงหาคม 2568 ถึงคราวเผชิญหน้าผลลัพธ์ของการกระทำ...

ปรากฏการณ์พุธ (๔) จรผิดปกติในเรือนดาวพุธที่ราศีมิถุน และศุกร์ (๖) จรผิดปกติในราศีตุลหรือปัตนิภพในชะตาเมือง

โดยปกติๆ แล้วดาวพุธเป็นดาวที่พักร์องศาปีละ 3 ครั้ง และมักจะเสียในราศีอื่นๆ มากกว่าบ้านของตนเอง แต่สำหรับปี 2569 นี้ จะมีช่วงที่ดาวพุธเสียในราศีมิถุน ผลที่เกิดขึ้นแม้ว่าปลายทางอาจสำเร็จดี แต่ก็ชวนให้วกวนใจอยู่ไม่น้อย มิตรและศัตรูอาจเป็นคนเดียวกัน ข้อตกลงที่คุยกันไว้ดิบดีกลับกลายเป็นถูกถ่วงเวลาให้ช้าออกไปนานกว่าที่คิด

ซึ่งจังหวะดาวพุธจรผิดปกติครั้งที่ 1 ของปี 2569 นั้นสถิตร่วมกับดาวคู่ศัตรูอย่างดาวราหูตั้งแต่ช่วง 30 มกราคม 2569 และมีระยะพักร์องศาร่วมกับราหูในช่วงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2569 ทำให้เราได้เห็นปรากฎการณ์ข่าวฉาว ความเสียหายมากมายจากการสื่อสารและเหตุบกพร่องในช่วงเลือกตั้งใหญ่ของปี 2569

บทความที่เกี่ยวข้อง - ดาวพุธพักร์องศา

ดาวพุธพักร์องศาครั้งที่ 2 วันที่ 9 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2569

ดาวพุธ (๔) จะเริ่มมณฑ์ ซึ่งให้บรรยากาศวกวนตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนนี้ และเริ่มพักร์องศา (ถอยหลัง...

ดวงรายเดือนมิถุนายน 2569 Horoscope June 2026

มิถุนายนเป็นเดือนที่เรื่องเก่าๆ อาจย้อนกลับมาให้นึกคิดถึงเส้นทางชีวิตในอดีต ใครหลายคนจะต่อจิ๊กซอว์...

ดาวพุธพักร์องศาครั้งที่ 1 ร่วมราหูในราศีกุมภ์ 30 มกราคม – 7 เมษายน 2569

ดาวพุธเสียแล้วนะคนเก่ง! 😤 เราได้กลิ่นความ ship lost ตั้งแต่ดาวพุธร่วมราหูตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม...

ดาวพุธ (๔) จะจรผิดปกติครั้งที่ 2 โดยอาจนับได้ตั้งแต่ช่วงยกเข้าสู่ราศีมิถุน โดยจะจรสัมพันธ์ร่วมราศีกับมฤตยู (๐) ในพื้นชะตาเมือง ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีระยะพักร์องศาหรือถอยหลังในวันที่ 18 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2569 ผลที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ คือ ความเสียหายในเรื่องการสื่อสาร ระบบสื่อสารครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการสื่อสารระหว่างประเทศในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำคัญๆ รวมถึงความลังเลจับจด ข่าวลือ หรือปัญหาจากเอกสาร ข้อตกลงเก่าๆ วนเวียนกลับมาให้ต้องจัดการ

ดาวพุธ (๔) จะจรผิดปกติครั้งที่ 3 ของปี 2569 ในช่วงวันที่ 12  – 31 ตุลาคม 2569 โดยจะเป็นการจรผิดปกติร่วมดาวศุกร์ที่พักร์องศาเช่นกัน (โอ้ยย)

เนื่องจากพุธ (๔) และศุกร์ (๖) ถือเป็นดาวคู่ธาตุเมื่อจรสถิตร่วมกันและเสียในเรือนธาตุลม ช่วงนั้นเราจะได้เห็นปรากฎการณ์ทั้งแง่พันธะสัญญาที่คลุมเครือ และปัญหาน้ำ + ลม สัมพันธ์วกวนพร้อมกันเนิ่นนาน น้ำอาจจะมีมากเกินความจำเป็น ส่วนในแง่ดวงชะตาเมืองเราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ชะลอข้อตกลงสำคัญๆ กับประเทศคู่ค้า คู่สัญญาได้ การเงินในประเทศของภาคประชาชนนั้นอาจมาถึงภาวะเกินฉุดรั้งได้ไหว

ศุกร์จรผิดปกติในเรือนเกษตรของตนเองที่ราศีตุล

ในปี 2569 มีช่วงที่ดาวศุกร์ (๖) จรผิดปกติเช่นกัน โดยดาวศุกร์โคจรดังนี้

ดาวศุกร์ (๖) สถิตในราศีตุลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ถึง 2 มกราคม 2570 โดยมีระยะพักร์องศาในราศีตุลช่วงวันที่ 13 ตุลาคม ถึง 24 พฤศจิกายน 

ในจังหวะที่ดาวศุกร์พักร์องศานั้น ถือว่าเป็นจุดไตร่ตรองพิจารณาเรื่องคู่ค้า คู่สัญญา การรับปากที่ไม่จีรังยั่งยืน การเงินที่ต้องตั้งหลังและทบทวนให้ดี ความรักประชาชนว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ แท้จริงแล้วเรารักกันไม่มากพอหรือเข้าใจไม่ตรงกัน ปัญหาระหว่างคู่ค้า คู่สัญญา ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจเป็นช่วงเปราะบาง การเงินดูชะลอตัว เงินเฟ้อหรือผู้คนฟุ้งเฟ้อกับเงินอะไรบางอย่างที่ยังมาไม่ถึงเสียที อาจมีมาตรฐานการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่มักเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าวูบวาบไม่ยั่งยืน

อังคาร (๓) จรเสียส่งท้ายปีในราศีสิงห์และกรกฎจนถึงสงกรานต์ปี 2570

ดาวอังคาร (๓) มีช่วงจรผิดปกติเหมือนกัน โดยจะเริ่มพักร์องศาทั้งหมด 106 วัน โดยจะพักร์หรือถอยหลังในราศีสิงห์ ช่วงวันที่ 31 ธันวาคม และกลับไปสถิตในราศีกรกฎอีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคม – 16 เมษายน 2570 แต่จะเดินหน้าปกติจริง คือ 12 พฤษภาคม 2570 

เป็นช่วงเวลาที่แสนอึดอัดใจของคนบางกลุ่ม ในแง่ความอดทนอดกลั้นที่อาจทานทนไม่ไหวอีกต่อไป เราจะได้เห็นปรากฎการณ์ความขัดแย้ง ลบหลู่เกียรติซึ่งกันและกัน โดยมักจะอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย อาจมีปัญหาปากเสียง ทะเลาะเบาะแว้งหรือสงครามจาก “อีโก้” ย้อนกลับมาอุบัติอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยดาวอังคาร (๓) ในราศีสิงห์ ยังส่งเกณฑ์ 100% ถึงดาวเสาร์ (๗) ในราศีมีนได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงเผชิญหน้ากับช่วงที่กลุ่มดาว ๓๗๐ หรืออังคาร เสาร์ และมฤตยูจรสัมพันธ์กัน ซึ่งออกฤทธิ์รุนแรงนัก รวมถึงในจังหวะเดียวกันนี้ ดาวพฤหัสบดี (๕) จะมีช่วงสถิตในราศีสิงห์เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะมีคนห้ามปราม มีกฎหมาย ประกาศสำคัญเกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะลดโทสะของกันและกันได้เลย จุดเริ่มต้นอีกครั้งในครั้งนี้จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลง ระบบความคิดของสังคม การเมืองการปกครองในภาพใหญ่ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยอีกต่อไป

และเมื่อดาวอังคาร (๓) ยกกลับเข้าสู่ราศีกรกฎอ่อนแรงอีกครั้ง ช่วงนั้นเองบรรยากาศจะเงียบสงบลงไปอีกระยะเวลาหนึ่ง และจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้งเมื่อดาวอังคารยกเข้าสู่ราศีสิงห์อีกครั้งในวันที่ 26 เมษายน 2570 เป็นต้นไป

อาทิตย์จรเป็นศรี ปีทองของความคิดสร้างสรรค์ การลงทุน ชื่อเสียง การจัดตั้งบุคคลสำคัญ และความร้อนที่อยู่กับเราแม้ในวันที่มีพายุใหญ่

ในปี 2569 นี้ ดาวอาทิตย์ (๑) จะจรเป็นศรีในระบบทักษาของชะตาเมือง อาทิตย์นั้นแทนความเยาว์วัย ความสดใส และแสงแดดร้อนแรง แทนบุคคลที่เป็นผู้นำ นักบริหารที่ค่อนข้างโดดเด่นจะปรากฎตัวขึ้นอย่างน่าสนใจ และยังหมายรวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่ที่แสดงออกอย่างมีจุดยืน งานที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ นั้น การลงทุนดำเนินไปได้ด้วยดี จึงนับว่าเป็นบรรยากาศแห่งความหวังให้พอยังชื่นใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดาวอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีกรกฎทับดาวพฤหัสบดีจรในตำแหน่งเดียวกันช่วงวันที่ 17 กรกฎาคม – 17 สิงหาคม 2569 เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ที่มีพันธมิตรพยายายามจะผูกมิตรหรือสร้างบรรทัดฐานสังคมบางประการ แต่อาจกลับกลายเป็นหักหลังหรือบิดเงื่อนไขกันภายหลังได้ ส่วนในแง่สภาพอากาศจะร้อนถึงร้อนจัด ผู้คนอาจร้อนใจ ร้อนกาย สอดคล้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่ประเทศไทยจะได้เจอเกือบตลอดทั้งปี

ภาพกว้างดวงชะตาเมืองประเทศไทย 2569

มกราคม

มีเงินหมุนเวียนเพื่อรักษาโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้า หรือเหตุเจรจาเรื่องแผนเงินกู้กันอีกครั้ง

กุมภาพันธ์

เดือนแห่งความอ่อนไหว อุทกภัย หรือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกในทะเล จากดาวเสาร์ (๗) ยกเข้าสู่ราศีมีนอย่างเป็นทางการและเตรียมตัวจรเป็นกาลกิณีในระบบทักษาสำหรับปี 2569

มีนาคม

เหตุเสียหายในเชิงเศรษฐกิจ การเงิน การปรับเปลี่ยนแบ่งแยกพื้นที่ และเรื่องน่าหวั่นใจเกี่ยวกับความรุนแรง

เมษายน

เกิดความสูญเสียในที่ไกลๆ มีความพยายามที่จะเจรจากันอย่างลับๆ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดตั้งคณะหรือกลุ่มคนใหม่ๆ ระวังเหตุเลือดตกยางออก ความสูญเสีย การปรับโครงสร้างและ Lay Off

พฤษภาคม

การเผชิญหน้าของการเจรจา และความกดดันเรื่องผลประโยชน์ทางการเงิน จังหวะได้มาซึ่งเงินสนับสนุน กองกำลัง เงินทุน หรืออำนาจจากผู้มีอำนาจ หรือประเทศมหาอำนาจ

มิถุนายน

การเจรจาเรื่องต่างๆ อยู่ในกระบวนการก็จริงแต่มักต้องล่าช้า มีเหตุวางแผนการเงิน เพื่อการจัดตั้ง จัดการเรื่องกองทัพ หรือการทหาร แต่บางข้อคิดเห็นหรือบางข้อกฎหมายอาจถูกปัดตกไปอีกครั้ง

กรกฎาคม

เกิดสภาวะทบทวนการกฎหมาย มีการเก็บกวาด ปรับปรุง ข้อกำหนดทางกฎหมายหรือเรื่องทางชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ องค์กรบางองค์กรในภาคธุรกิจที่พยายามแบกรับอะไรๆ มานานจะถึงคราวต้องรับสภาพความเสียหาย

สิงหาคม

มีข่าวการแจ่งตั้งบุคคลใหม่ๆ จากการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย รวมอาจมีการชะลอกฎหมาย A เพื่อผลักดัน B เป็นเดือนที่มีปรากฎการณ์อุปราคาในราศีสิงห์และราศีกุมภ์

กันยายน

ช่วงกำไรหรือจังหวะมีเงินหมุนเวียนในภาพเศรษฐกิจของประชาชนในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ยังเป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจจิตใจอ่อนไหว เจ็บป่วย พบเรื่องอุปทานหมู่หรืออุบัติเหตุ ไฟไหม้กลางเมือง

ตุลาคม

พบ Turning Point ที่สำคัญในเรื่องการปกครอง มีข่าวการสูญเสียของบุคคลสำคัญ เป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่อนข้างเปราะบาง เพราะหลากหลายความเห็น รวมถึงการจุดประเด็นเรื่องเก่า ความเสียหายยิ่งอาจสะท้อนถึงการขาดศักยภาพของผู้บริหาร

พฤศจิกายน

การเงินส่วนใหญ่ชะลอตัวอยู่มาก เป็นช่วงอึดอัดใจ สุขได้ก็สุขไม่สุด ทุกข์ได้ก็ทุกข์มากกว่าที่คิดไว้ บรรยากาศค่อนข้างไม่สู้สะดวกใจนัก เกิดสถานการณ์ถกเถียงกันเพราะอีโก้มากกว่าเหตุผล

ธันวาคม

ความคืบหน้าในเรื่องการเจรจาเชิงผลประโยชน์ทางไกลใหม่ๆ แต่มักจะล่าช้าหรือติดขัดในอุตสาหกรรมประเภทของหนัก เหล็ก วัสดุก่อสร้าง เป็นช่วงที่อีโก้นั้นอาจหนักเกินกว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้

ดูดวงส่วนตัว Line OA @readinglounge หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

เพิ่มเพื่อนเพื่อสอบถามรายละเอียด